Download

Filter_Search

วารสาร : ปีที่ 4 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2561
ชื่องานวิจัย (TH): การสร้างระบบแบบทดสอบเพื่อวินิจฉัยข้อบกพร่องทางการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สาระที่ 4 พีชคณิต เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาด้วยสมการ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ชื่องานวิจัย (EN) : Creating a System Construction of Mathematics Learning Diagnostic test on Material 4: Algebra to Solve the Problems with Equation for Prathomsuksa 6 Students
ผู้วิจัย : ไพศาล ดาแร่, ฟ้าอาทิตย์ ท่อนทองทิพย์ และ วสวัตติ์ แก้วมาก
บทคัดย่อ (TH) : 

การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแบบทดสอบวินิจฉัยจุดบกพร่องในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ สาระที่ 4 พีชคณิตเรื่องการแก้โจทย์ปัญหาด้วยสมการ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) ศึกษาคุณภาพแบบทดสอบวินิจฉัยจุดบกพร่องในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ สาระที่ 4 พีชคณิตเรื่องการแก้โจทย์ปัญหาด้วยสมการ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3) วิเคราะห์ผู้เรียนรู้จักข้อบกพร่องของตนเองหลังจากได้ทำแบบทดสอบวินิจฉัยข้อบกพร่องในการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ สาระที่ 4 พีชคณิต เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาด้วยสมการ กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนเทศบาล7 รถไฟสงค์เคราะห์ สำนักงานการศึกษา เทศบาลนครอุดรธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 44 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบทดสอบวินิจฉัยจุดบกพร่อง 32 ข้อ ที่ได้ผ่านการตรวจ IOC 2) ระบบแบบทดสอบวินิจฉัยจุดบกพร่องในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ สาระที่ 4 พีชคณิต เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหาด้วยสมการ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ผลการวิจัยพบว่า 1) แบบทดสอบวินิจฉัยจุดบกพร่องในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ สาระที่ 4 พีชคณิตเรื่องการแก้โจทย์ปัญหาด้วยสมการ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวนโจทย์ปัญหา 10 ข้อ ข้อคำถาม 40 ข้อ 2) แบบทดสอบที่มีคุณภาพของแบบทดสอบมีค่าความยากของแบบทดสอบตั้งแต่ 0.35-0.79 ค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบตั้งแต่ 0.20-0.58 ค่าความเชื่อมั่น ของแบบทดสอบ คำนวณโดยใช้สูตรไบโนเมียลมีค่า 0.9289 และ 0.9197 3) ระบบแบบทดสอบวินิจฉัยของบกพร่องที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้น วิเคราะห์ผลที่นักเรียนตอบตามจุดบกพร่องของขั้นตอนการแก้ปัญหา 4 ขั้นตอนของโพลยาและคะแนนที่นักเรียนตอบตรงตามข้อบกพร่องนั้นๆเป็นเปอร์เซ็นต์ 1. นักเรียนสามารถเข้าใจโจทย์ 71.02 เปอร์เซ็นต์ 2. ขาดความสามารถในการแปลงภาษาโจทย์ไปสู่ประโยคสัญลักษณ์ 52.27 เปอร์เซ็นต์ 3. นักเรียนสามารถปฏิบัติได้ตามแผน 45.45 เปอร์เซ็นต์ 4. นักเรียนวางแผนแก้ปัญหาได้ 40.06 เปอร์เซ็นต์ 5. ขาดความเข้าใจในวิธีการของการหาความสัมพันธ์ระหว่างคำตอบกับการตรวจคำตอบ 39.77 เปอร์เซ็นต์ 6. วิธีผิด โดยนักเรียนคิดคำนวณโดยใช้การกระทำทางคณิตศาสตร์ (บวก ลบ คูณ หาร) อื่นที่ไม่ใช้การกระทำคณิตศาสตร์โจทย์กำหนดให้ 36.64 เปอร์เซ็นต์ 7. นักเรียนสามารถตรวจคำตอบได้ 28.69 เปอร์เซ็นต์ 8. แทนค่าสมการไม่ถูกต้อง 26.98เปอร์เซ็นต์ 9. การคำนวณผิด ซึ่งเกิดจากความสะเพร่าขาดความละเอียดรอบคอบ 26.70 เปอร์เซ็นต์ 10. หาส่วนสำคัญของปัญหาไปสู่การหาคำตอบไม่ได้ 15.62 เปอร์เซ็นต์ 11. ไม่เข้าใจความสำพันธ์ของโจทย์ 13.35 เปอร์เซ็นต์

Abstract : 

This research aims to 1) develop a diagnostic tests for defects in Mathematics Lesson 4 problem solving with equations for Prathomsuksa 6 2) find the quality of diagnostic tests for defects in Mathematics Lesson 4 problem solving with equations for Prathomsuksa 6 3) to analysis students aware of their own shortcomings after taking a diagnostic tests for defects in Mathematics Lesson 4 problem solving with equations for Prathomsuksa 6. The sample is Prathomsuksa 6/1 Public School Songkran Railway Education Office. The research instruments consisted of 1) the 32-point diagnostic test IOC, 2) the debugging test system, 4) defects diagnostic test in mathematics algebra learning 4 on solving problems with equations for Prathomsuksa 6.

The research found that 1) diagnostic tests for defects in Mathematics Lesson 4 problem solving with equations for Prathomsuksa 6 students, 10 problem solving questions, 40 questions. 2) The test of the quality of the test has the difficulty of the test from 0.35-0.79. The discriminative power of the test is from 0.20-0.58. The reliability of the test was calculated using the binary regimens 0.9289 and 0.9197. Analyze the results of the students’ responses based on the shortcomings of the 4-step problem solving process of the test and the percentage of students who responded to the error as a percentage. 1) Students could understand the 71.02 percent problem. 2) Lack of conversion ability. 3) Students were able to follow the 45.45 percent plan. 4) Students planned to solve the problem 40.06 percent. 6) Wrong way by students to calculate by mathematical action (addition, subtraction, multiplication) other than mathematical action, the problem is set to 36.64. Percentage 7) Students were able to answer 28.69 percent. 8) Substitute incorrect equation. 26.98 percent; 9) wrong calculation; 26.70 percent skepticism; 10) no significant part of the problem; 15.62 percent did not. 11) did not understand the problem of 13.35 percent.

Keywords : วินิจฉัยจุดบกพร่อง, คณิตศาสตร์, โพลยา, อำนาจจำแนก
Full Paper : Download

<< ย้อนกลับ | |